Showing posts with label ของหวาน. Show all posts
Showing posts with label ของหวาน. Show all posts

2008-08-24

แปะก๊วยเห็ดหิมะ


ส่วนผสม

เมล็ดแปะก๊วย 10 เมล็ด (หรือจะมากกว่านี้ก็ได้ตามแต่จะชอบใส่)
เห็ดหิมะ (เห็ดหูหนูขาว) 20 กรัม (หรือจะมากกว่านี้ก็ได้ตามแต่จะชอบใส่)
น้ำกะทิ ½ ถ้วย
นมสด ¼ ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำเชื่อม ¼ ถ้วย

วิธีทำ

1. นำเมล็ดแปะก๊วยมาต้มในน้ำร้อนให้สุก แล้วพักทิ้งไว้ให้เย็น
2. นำเห็ดหิมะ (เห็ดหูหนูขาว) มาทำความสะอาดให้เรียบร้อย แช่ให้เห็ดหิมะขยายตัวและนำมาต้มให้สุก และพักทิ้งไว้ให้เย็นเช่นเดียวกันกับเมล็ดแปะก๊วย
3. จากนั้นเตรียมทำน้ำกะทิสดเกล็ดหิมะ ด้วยการนำน้ำกะทิ นมสด และน้ำตาลทรายมาผสมให้เข้ากันต้มจนสุก และพักทิ้งไว้ให้เย็น หลังจากนั้นให้นำไปแช่เย็นจนได้น้ำกะทิสดเกล็ดหิมะ

เวลาจะกินให้นำเมล็ดแปะก๊วยและเห็ดหิมะที่เตรียมไว้ใส่ถ้วย แล้วก็เติมน้ำเชื่อมและน้ำกะทิสดเกล็ดหิมะที่แช่เย็นไว้ลงไป เพียงเท่านี้ก็จะได้ “แปะก๊วยเห็ดหิมะ” ที่กินแล้วรู้สึกหวานเย็นชื่นใจจริงๆ

บัวลอยงาดำน้ำขิง

ส่วนผสม

งาดำ 3/4 ถ้วย
ขิงแก่หั่นหยาบ 1 ถ้วย
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายขาว 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
หัวกะทิ 1/3 ถ้วย
แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
น้ำร้อนจัด 1/2 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

คั่วงาดำด้วยไฟอ่อนจนสุก พักไว้ให้เย็นสนิทจึงนำไปป่นให้ละเอียด(ใช้ครกหรือเครื่องปั่นก็ได้)พักไว้ นำขิงหั่นหยาบไปปั่นรวมกับน้ำจนเนื้อละเอียด กรองแยกเนื้อและน้ำไว้

น้ำเนื้อขิงที่กรองน้ำออกแล้วผัดรวมกับน้ำตาลทรายแดงและขาว เกลือป่นและหัวกะทิ ใช้ไฟปานกลางนานประมาณ 5 นาทีจนเริ่มแห้งและเหนียวขึ้น จึงเติมงาดำที่ป่นแล้วลงผสมให้เข้ากัน เมื่อแห้งดีแล้วตักขึ้นพักไว้

ผสมแป้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้าให้เข้ากัน ค่อยๆเติมน้ำร้อนแล้วใช้ช้อนคลุกให้เข้ากัน จากนั้นจึงค่อยใช้มือนวดแป้งจนเนื้อเนียนไม่ติดมือ

ตักไส้ขิงงาดำประมาณ 2 ช้อนชาปั้นให้เป็นก้อนกลม และปั้นแป้งให้ใหญ่กว่าไส้เล็กน้อยใช้มือกดให้แผ่เป็นแผ่นบาง พยายามให้บริเวณขอบบางกว่าตรงกลาง นำไส้มาวางตรงกลาง ห่อรวบแผ่นแป้งปิดให้มิด นำไปต้มในน้ำเดือดจนกระทั่งสุกลอยขึ้นมา ก่อนเสิร์ฟให้ราดหน้าด้วยซอสขิงอบเชยร้อนๆ

ส่วนผสมซอสขิงอบเชย

น้ำขิงที่กรองไว้ 1/4 ถ้วย
กะทิ 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ
แท่งอบเชย 1 แท่ง
แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ใส่น้ำขิง กะทิ น้ำตาลทรายแดง แท่งอบเชยหักเป็นท่อนลงในกระทะ คนจนน้ำตาลละลายหมด เคี่ยวต่อประมาณ 2-3 นาทีให้เดือด เติมแป้งข้าวโพดคนเร็วๆจนซอสข้นเหนียวขึ้น

วุ้นน้ำมะพร้าว


ส่วนผสม

มะพร้าวน้ำหอม 2 ลูก
ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ (สามารถเพิ่มมากกว่านั้นหากชอบรสหวาน)

1. เริ่มจากเฉาะมะพร้าวทั้งสองลูก ได้น้ำมะพร้าวออกมาแล้วก็ใส่ผงวุ้นลงไป คนจนผงวุ้นพอละลาย (หากอยากให้วุ้นมีสันสวยงามก็อาจจะใส่น้ำหวานสีต่างๆ ผสมลงไปด้วย)
2. นำน้ำมะพร้าวขึ้นตั้งไฟจนเดือด คอยคนอย่าให้วุ้นนอนก้น พอละลายจนเข้ากันดีแล้วก็ยกลง แล้วเติมน้ำตาลทรายให้ความหวานกันตามใจชอบ ส่วนเนื้อมะพร้าวก็อย่าปล่อยทิ้งไว้ ให้ขูดออกมาใส่รวมกับวุ้นน้ำมะพร้าวที่เราต้มเอาไว้แล้ว ยิ่งถ้าเป็นเนื้อมะพร้าวอ่อน ก็จะยิ่งกินอร่อย

หลังต้มวุ้นน้ำมะพร้าวมาเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ให้หายร้อนสักพักหนึ่ง โดยก่อนที่วุ้นจะเริ่มแข็งตัว ให้นำไปเทใส่ในลูกมะพร้าว(หรือในภาชนะอย่างอื่น) พร้อมกับใส่เนื้อมะพร้าวที่ขูดเอาไว้ไปพร้อมๆกัน จากนั้นจึงนำไปแช่ตู้เย็นทั้งลูกให้เย็นฉ่ำ ถือเป็นอันจบขั้นตอน ซึ่งหากใครรู้สึกร้อน อยากหาอะไรกินเล่นๆ หวานเย็นดับร้อน วุ้นน้ำมะพร้าวถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถทำกินยามว่างได้อย่างไม่ยากเย็น

ข้าวเม่าคลุก


ส่วนผสม

ข้าวเม่าข้าวใหม่ 4 ถ้วยตวง

น้ำเดือด 1/2 ถ้วยตวง

เกลือ 1 ช้อนชา

ใบเตยหอม 5 ใบ

น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก 1 ถ้วยตวง

กล้วยไข่งอมๆ 1 หวี

มะพร้าวทึนทึก 1 ผล


วิธีทำ

1. เลือกซื้อข้าวเม่าใหม่ๆ จะมีกลิ่นหอม เลือกกากอกให้หมด แล้วร่อนในตะแกรงห่างๆ เพื่อข้าวเม่าที่เป็นผงๆ หลุดออก ใส่ชามอ่างไว้
2. ขูดมะพร้าวทึนทึกให้หมดผลประมาณ 1 1/2 ถ้วยตวง นำไปนึ่งบนน้ำเดือด
3. ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา ใส่ใบเตย ต้มให้มีกลิ่นหอม จึงค่อยๆ เทใส่ในชามอ่างที่มีข้าวเม่า ค่อยๆ เอามือคลุกให้ทั่ว เอามะพร้าวที่นึ่งสุกแล้วผสมลงด้วยประมาณ 1 ถ้วยตวง ที่เหลือไว้โรยหน้า พอเคล้าแล้วใช้จานปิดเพื่อให้ข้าวเม่าระอุนานประมาณ 15 นาที
4. เวลารับประทาน เอาเกลือ 1/2 ช้อนชา คลุกกับมะพร้าว โรยข้าวเม่า โรยน้ำตาลทราย รับประทานกับกล้วยไข่สุกงอม หรือกล้วยหอม

ตะโก้แห้ว


ส่วนผสม

แป้งถั่ว ( 200 กรัม) 2 ขีด

น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม

มะพร้าวขูดขาว 1 กิโลกรัม

แป้งข้าวเจ้า 1 ขีด ( 100 กรัม)

เกลือ 2 ช้อนชา

แห้วปอกเหลือกหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ถ้วยตวง

ใบเตยหอม 1 กำใหญ่


วิธีทำ

1. เอาแป้งถั่วละลายน้ำ (ถ้าชอบกลิ่นหอม ใช้น้ำลอยดอกมะลิก็ได้) ละลายโดยใช้น้ำประมาณ 4 เท่าของแป้งถั่ว หรือจะสังเกตจากแป้งติดหลังมือ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
2. ระหว่างนั้นเอากระทะตั้งไฟ ใส่น้ำนิดหน่อย พอน้ำร้อนเอาแป้งที่ผสมไว้เทลง ใช้ไม้พายค่อยๆ คนเรื่อยๆ อย่าหยุด โดยใช้ไม้พายผัดไปข้างหน้า กลับไปกลับมา พอแป้งเริ่มใส ประมาณ 30 นาที จึงใส่น้ำตาล
3. กวนต่อไปจนใสและแห้งลง มีลักษณะข้น ( ต้องใช้ไฟอ่อนในการกวน) จึงใส่แห้วที่หั่นเรียบร้อยแล้ว พอแป้งสุกก็ยกลง ตักใส่กระทงใบเตยประมาณครึ่งกระทงจนหมดแป้ง
4. เอามะพร้าวขูดขาวมาคั้นโดยไม่ต้องใส่น้ำ และคั้นน้ำครั้งที่ 2 อีกครั้งให้ได้กะทิประมาณ 4 ถ้วยตวง
5. ผสมแป้งข้าวเจ้าและเกลือ คนให้ละลาย นำไปตั้งไฟอ่อนจนข้นและเดือด จึงยกลง ใช้ช้อนตักใส่บนแป้งถั่วที่กวนไว้เรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็น ขนมจะแข็งตัว

การกวนตะโก้
ใช้ไฟอ่อน อย่าใจร้อน

การทำกระทงใบเตย
ล้างใบเตยหอมให้สะอาดเช็ดให้แห้งตัดประมาณ 5 นิ้ว แต่ละนิ้วใช้มีดตัดครึ่งใบเท่านั้น แล้วซ้อนกันเป็นรูปกระทงสี่เหลี่ยม การซ้อนต้องเอาด้านล่างที่ตัดไว้ ไขว้กัน วนเรื่อยไปจนเป็นรูปกระทง แล้วใช้ด้ายเย็บ หรือใช้ไม้กลัดเล็ก ๆ กลัดใบเตยที่ซ้อนกันสี่ด้าน จะปิดตรงก้นกระทงพอดี

ข้าวต้มผัด


ส่วนผสม

ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 500 กรัม
กะทิ (มะพร้าวขูดขาว 500 กรัม 2 ถ้วย
กล้วยน้ำว้าสุก (25 ชิ้น) 1 หวี
ถั่วดำต้ม 1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
เกลือป่น 2 ช้อนชา
ใบตองสำหรับห่อ
ตอกสำหรับมัด


วิธีทำ

1. ผสมน้ำตาล เกลือ กะทิ ลงในกระทะทอง ตั้งไฟ จน น้ำตาลละลาย ใส่ข้าวเหนียวคนจนน้ำกะทิแห้ง ยกลง (ข้าวเหนียวจะมีลักษณะสุก ๆ ดิบ ๆ)
2. วางใบตอง 2 ชั้น ซ้อนเรียงกัน ตักข้าวเหนียวใส่ (ส่วนผสม ข้อ 1) เล็กน้อย หยิบกล้วยวาง ใส่ข้าวเหนียวให้ปิดกล้ว โรยถั่วดำ 4-5 เมล็ด ห่อให้สนิท มัดด้วยตอกห่อให้แน่น
3. นำไปนึ่งในน้ำเดือ ไฟแรง ประมาณ 30 นาที จนสุก

***วิธีการห่อ โดยฉีกใบตองกว้าง 7-8 นิ้ว นำมาวางซ้อนกันโดย สลับหัวท้าย จึงใส่ข้าวเหนียว ใส่กล้วย ใส่ข้าวเหนียวให้ปิดกล้วย โรยถั่วดำ มัดด้วยดอกให้แน่น

กระท้อนลอยแก้ว




ส่วนผสม

กระท้อนห่อ 3 ผล
น้ำ 3 ถ้วยตวง
เกลือ 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำลอยแก้วปรับปรุงใหม่
น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
น้ำมะนาว 1/4 ถ้วยตวง
น้ำเย็นจัด 1 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
เหล้ารัม 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1. ปอกกระท้อนแล้วใช้มีด ฝานเนื้อออกเป็นแว่นเล็ก ๆ บาง ๆ
2. ใส่ลงในชามน้ำเกลือ ฝานสลับกันไปมาจนรอบลูก และลึกไปจนถึงปุยที่หุ้มเมล็ด ควรกดให้ชิ้นกระท้อนจมน้ำเกลือ เพื่อมิให้ดำ แช่ไว้ ประมาณ 30 นาที
3. เทกระท้อนที่แช่น้ำเกลือใส่กระชอนเพื่อให้สะเด็ดน้ำ ใช้มือ ช่วยบีบเบา ๆ แล้วใส่ลงในหม้อน้ำเชื่อมคนให้กระจายตัว แช่ไว้อีก 30 นาที เป็นอย่างน้อย กระท้อนที่แช่น้ำเชื่อมไว้นี้ สามารถเก็บในตู้เย็นได้หลายวัน
4. เมื่อเสิร์ฟตักใส่ถ้วยแก้ว โรยหน้าด้วยน้ำแข็งทุบ

****น้ำลอยแก้วที่ปรับปรุงนี้จะเจือจางกว่าแบบเดิม ฉะนั้นควรแช่ เย็นให้เย็นจัด ไม่ควรใส่น้ำแข็งทุบในถ้วยขนมมิฉะนั้นรสจะชืด เกินไป

2008-07-31

กล้วยปิ้ง

ส่วนผสม:
กล้วยน้ำว้าห่าม 1 หวี มีประมาณ 12-14 ผล
หัวกะทิ 2 1/2 ถ้วย
น้ำตาลปึก 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
มะพร้าวขูด 1 ผล
เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
เทียนอบ ( jjbd ใส่เนยสด 1/4 ถ้วยแทน )

วิธีทำ
1. นำน้ำตาลปึกมาละลายในหัวกะทิจนหมด ใส่น้ำตาลทราย เกลือป่นคนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนเหนียว แล้วใส่เนยลงไป คนให้เนยละลายแล้วปิดไฟ
2. นำกล้วยออกห่ามมาปอกเปลือก ปิ้งบนเตาถ่านไฟอ่อนๆ หมั่นพลิกกล้วยระหว่างปิ้งจนสุกเหลืองทั้งลูก หรือหั่นกล้วยเป็นแว่นๆ แล้วเสียบไม้นำเข้าเตาอบ ชั้นบนสุด ใช้ broil ไฟ 300 F ประมาณ ข้างละสามนาที (คอยดูตลอดระวังไหม้ )
3. จากนั้นนำกล้วยมาทับให้แบน แล้วราดหรือจุ่มลงในน้ำกะทิ เสริฟต้อนร้อนๆ ง่ายๆอร่อยๆ

2008-02-16

ขนมดอกลำเจียก (เกสรลำเจียก)





ส่วนผสม
เครื่องปรุงไส้
มะพร้าวทึนทึกขูด 1 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งท้าวย่อยม่อม 1 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุงแป้ง
แป้งข้าวเหนียวโม่แล้วทับน้ำ 2 ถ้วยตวงหรือแป้งข้าวเหนียวแห้ง นวดกับน้ำพอขึ้น
กระทะแบนที่ไม่มีขอบ

วิธีทำ
ตวงมะพร้าวอัดแน่น น้ำตาล แล้วหัวกะทิใส่กระทะทอง ยกขึ้นตั้งไฟใช้ พายกวนไปจนเดือด จึงโรยแป้งลงไปคน ต่อไปจนแป้งได้ที่แล้วยกลง
เมื่อหน้ากระฉีกเย็นปั้นเป็นก้อน
2.1 ปั้นเป็นก้อนกลมแบนขนาดพอคำ
2.2 ปั้นเป็นแท่งกลมยาว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 1/2 เซนติเมตร ยาว 5 เซนติเมตร แล้วบรรจุลงขวดโหล หรือภาชนะปิดสนิท อบ ดอกมะลิ กระดังงา ค้างคืนไว้
ยีแป้งข้าวเหนียวที่ทับน้ำแห้งแล้วให้เป็นผง ถ้ายังชื้นมาก ก็ผึ่งให้หมาด จึงจะยีได้สะดวก แต่แป้งต้องชื้นอยู่เสมอ
ตั้งกระทะแบนบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน (ไฟแรงหรือไฟ อ่อนเกินไปจะทำให้แป้งไม่ติด กันเป็นแผ่น) พอกระทะ เริ่มร้อนพอเหมาะ ให้ยีแป้งผ่านกระชอนลวดตาละเอียด ๆ หรือแล่ง โรยให้แป้งบางเสมอกันเป็นแผ่นกลม เส้นผ่า ศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว พอขอบแป้งล่อนขึ้นจากกระทะ เอาไส้ที่อบไว้ วางตรงกลางแล้วใช้มีดบางแซะขอบแป้ง ตลบเข้าหอ่ไส้ ดังนี้
4.1 ถ้าไส้เป็นก้อนกลมแบนแซะแป้งพับเป็นรูปสี่เหลี่ยม จัตุรัส
4.2 ถ้าไส้เป็นแท่งกลมวางไส้ริมแป้งด้านใดด้านหนึ่ง แล้วม้วนให้แป้งห่อ
จะอบดอกมะลิค้างอีกคืนหนึ่ง หรือจะเสิร์ฟเลยก็ได้

สูตรจาก geocities.

2007-12-13

มะพร้าวแก้ว


Ingredients:

มะพร้าวทึนทึก ขูดฝอย 3 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
น้ำดอกไม้ 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/8 ช้อนชา


Preparation:

1.ใส่น้ำตาลทรายลงในกระทะทอง ใส่น้ำลอยดอกไม้ ตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยว จนน้ำตาลละลายและเหนียวใสเป็นยางมะตูม
2.ใส่มะพร้าวที่ขูดไว้แล้ว ลงในน้ำเชื่อมที่เคี่ยวไว้ คนให้น้ำตาลจับเส้นมะพร้าวให้ทั่ว เคี่ยวจนน้ำเชื่อมแห้ง ยกลงจากเตา
3.ตักมะพร้าวให้เป็นก้อนกลม วางลงบนถาดแล้วผึ่งให้แห้ง เก็บใส่ขวดโหล สามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน

**หมายเหตุ
ถ้าต้องการให้ขนมมีหลายสี ก็เติมสีลงในน้ำเชื่อมก่อนใส่มะพร้าวลงคลุก ถ้าใช้มะพร้าวอ่อนควรเพิ่มปริมาณน้ำตาลให้มากขึ้นกว่าการใช้มะพร้าวแก่



ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.siyote.com

2007-11-28

ขนมครกม้วน

Ingredients:
1. แป้งข้าวเจ้า 150 กรัม
2. ข้าวสวยบดละเอียด 3 ชต.
3. มะพร้าวขูด 3 ชต.
4. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง (หรือใครชอบหวานมากน้อยก็เพิ่มลดน้ำตาลเอานะคะ)
5. กะทิ 2 ถ้วยตวง
6. เกลือ 1/2 ชช.
7. ต้นหอม, เมล็ดข้าวโพดต้ม สำหรับ้โรยหน้าขนม

Preparation:

วิธีทำก็ใช้หลักสูตรเร่งรัด รวดเร็วและง่ายที่สุดในโลกเลยค่ะ แค่ผสมส่วนผสมข้อ 1-6 เข้าด้วยกัน ใช้ไม้พายคนไปเรื่อยๆ จนแป้งและ น้ำตาลละลาย แล้วนำกระทะเทฟล่อนตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน ทาน้ำมันบางๆ พอกระทะร้อนก็ตักส่วนผสมประมาณ 2 ชต. ใส่ลงไป พอแป้งเริ่มเดือดปุดๆ ก็ใส่ต้นหอมกับข้าวโพด แล้วก็ค่อยๆ ม้วน แค่นี้ก็ได้กินขนมครกแล้วค่ะ


ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.varithorn.de/recipe

2007-11-24

เกี๊ยวกรอบ ครีมข้าวโพด

ส่วนผสม
แผ่นเกี๊ยว, น้ำมันสำหรับทอด

ส่วนผสมไส้ส่วนที่ 1
ข้าวโพดกระป๋อง 1 กระป๋องเล็ก, ครีม 1/2 ถ้วย, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ, เนย 1 ช้อนโต๊ะ, เกลือ 1/2 ช้อนชา, พริกไทย 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสมไส้ส่วนที่ 2
นม 1/2 ถ้วยตวง, แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ, แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
1 นำส่วนผสมส่วนที่ 1 ทั้งหมดมาผสมใส่ลงในหม้อ
2 จากนั้นนำส่วนผสมส่วนที่ 2 ทั้งหมดใส่ชาม ผสมให้เข้ากันคนจนแป้งละลาย
3 พอแป้งละลายดี แล้วก็นำมาเทใส่ ในหม้อของส่วนผสมที่ 1 ส่วนผสมสองส่วน เราต้องทำแยกค่ะ เพราะผสมด้วยกันเลยทีเดียว แป้งจะไม่ละลายดี
4 จากนั้นตั้งไฟกลาง คนอยู่เรื่อยๆ พอเดือดลดไฟลง
5 คนจนส่วนผสมข้น ก็ยกลงค่ะ จริงๆ ขั้นตอนทำไส้เป็นขั้นตอนง่ายๆ ไม่มีอะไรยุ่งยาก
6 พอทำส่วนผสมของไส้ครีมเสร็จแล้ว ก็นำแผ่นเกี๊ยวมาห่อได้เลย ตักส่วนผสมพอประมาณ พอให้แผ่นแป้งห่อได้มิด แล้วนำมาทอดในน้ำมันร้อนๆ
7 พอทอดเหลืองกรอบได้ที่ ก็ตักขึ้นใส่จาน ที่รองด้วยกระดาษซับน้ำมัน เสร็จแล้วค่ะไม่ยากด้วย






ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.sakid.com

ขนมรังผึ้ง อร่อยๆ น่ากิน

Ingredients

แป้งข้าวเจ้า ๑ ถ้วยตวง, แป้งสาลีอเนกประสงค์ ๑ ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย ๕ ช้อนโต๊ะ, ผงฟู ๑/๔ ช้อนชา, ยีสต์ ๑/๔ ช้อนชา, ไข่ไก่ ๑ ฟอง, น้ำสะอาด ๖ ช้อนโต๊ะ

Preparation
1 ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี ผงฟู ยีสต์ น้ำตาลทราย เทใส่ในชาม คนให้เข้ากัน
2 จากนั้น เทน้ำใส่ลงไป เสร็จแล้วก็นวดให้ส่วนผสมแป้งเข้ากันกับน้ำ
3 ตอกไข่ใส่ชามแล้วตีให้ไข่แตก เสร็จแล้วเทไข่ที่ตีไว้ใส่ลงในชามแป้ง แล้วก็คนให้ส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
4 ปิดฝาหมักทิ้งไว้อย่างน้อย ๑ ชั่วโมง
5 เสร็จแล้วก็เอามาหยอดใส่พิมพ์ได้ โดยใช้ไฟปานกลาง
ลองทำดูนะคะ ถ้าไม่มีพิมพ์ ก็ลองทำแบบเทใส่ในกระทะ (ทำแบบแพนเค้ก)

2007-11-16

ขนมทองหยิบ

Ingredients:

ไข่เป็ด 10 ฟอง
น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม


Preparation:
1. ผสมน้ำ น้ำตาลทราย ตั้งไฟให้เดือด พอเหนียว ตักน้ำเชื่อมขึ้นใส่ถาดไว้พอประมาณ ส่วนที่เหลือตั้งไฟต่อไป
2. แยกไข่แดง ไข่ขาว
3. ตีไข่แดงให้ขึ้น ไข่จะเปลี่ยนเป็นสีนวล
4. ตักไข่ที่ตีได้ที่แล้วหยอดลงในน้ำเชื่อมที่ตั้งอยู่บนไฟอ่อนให้เป็นวงกลมพอสุกกลับอีกด้านหนึ่งลง
5. ตักแผ่นทองหยิบขึ้นวางในน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือ นิ้วกลาง นิ้วชี้ ของมือซ้าย หยิบไข่ตามด้วยนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ ของมือขวาหยิบขึ้นใส่ในถ้วยตะไล





ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.sa.ac.th

ขนมทองหยอด

Ingredients:

ไข่เป็ด 10 ฟอง
น้ำตาลทราย 7 ถ้วยตวง
แป้งทองหยอด 1/4 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 6 ถ้วยตวง



Preparation:

1. ผสมน้ำ น้ำตาลทราย ตั้งไฟให้เดือดพอเหนียว ตักน้ำเชื่อมขึ้นไว้สำหรับลอยทองหยอด ที่เหลือตั้งไฟต่อไปให้น้ำเชื่อมเหนียว
2. แยกไข่แดง ไข่ขาว
3 ตีไข่แดงให้ขึ้น ค่อย ๆ ใส่แป้งทองหยอดแล้วคนให้เข้ากัน
4. หยอดไข่ที่ตีแล้วลงในน้ำเชื่อมที่ตั้งอยู่บนไฟ ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเป็นตัวกำหนด ต้องการลูกเล็กใหญ่ตามชอบ นิ้วหัวแม่มือจะเป็นนิ้วที่ช่วยรูดแป้งลงที่ปลายนิ้ว แล้วจึงสะบัดไข่ลงในน้ำเชื่อม
5.เมื่อทองหยอดสุกลอยขึ้น ตักใส่น้ำเชื่อมสำหรับลอย








ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.sa.ac.th

2007-10-27

ขนมถังแตก


Ingredients:
วิธีทำแป้งเชื้อ
ผสมแป้งข้าวเจ้า 500 กรัม กับน้ำ 1/ 4 ถ้วย - 1/ 2 ถ้วย เข้าด้วยกัน ปิดฝา หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 - 3 วัน

วิธีทำน้ำตาล
ผสมน้ำตาลปีบ 2 กิโลกรัม กับน้ำ 1 ถ้วย เข้าด้วยกันใส่ในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อน ใส่ใบเตย 8 ใบ เคี่ยวให้เหนียวเป็นยางมะตูม ตักใบเตยออก ยกลง กรองด้วยผ้าขาวบาง ปล่อยให้เย็น

ส่วนผสมแป้ง
แป้งข้าวเจ้า 2 กิโลกรัม
โซดาไบคาร์บอเนต 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำต้มสุก 1 - 2 ถ้วย
แป้งเชื้อที่หมักไว้


Preparation:
ใส่แป้งเชื้อลงในอ่างผสม ใส่แป้งข้าวเจ้า น้ำ ผสมให้เข้ากัน แป้งจะมีลักษณะข้น หมักทิ้งไว้ประมาณ 6 - 10 ชั่วโมง นำแป้งที่หมักได้ที่แล้ว แบ่งใส่อ่างผสม 4 ถ้วย ใส่น้ำตาลที่เคี่ยว 1 /2 ถ้วย โซดาไบคาร์บอเนต 1 /4 ช้อนชา ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน ประมาณ 5 - 10 นาที

ไส้
มะพร้าวทึกทึกขูดฝอย 6 ถ้วย, งาดำคั่วบุบพอแตก 1 ถ้วยเคล้ากับน้ำตาลทรายขาว 2 กิโลกรัมให้เข้ากัน

วิธีทำ
ตั้งพิมพ์ขนมให้ร้อน ใส่น้ำมันเล็กน้อย เช็ดให้ทั่วพิมพ์ แล้วตักแป้งใส่พิมพ์ โดยใส่จากขอบพิมพ์ก่อน ให้แป้งจับขอบพิมพ์บาง ๆ ตรงกลางหนา ปิดฝาประมาณ 2 นาที เปิดฝา โรยด้วยมะพร้าวขูด น้ำตาลที่ผสมกับงา แซะพับครึ่งเป็นรูปครึ่งวงกลม ตักขึ้น

ขนมฟักทอง


Ingredients:
1. ฟักทอง 350 กรัม
2. หัวกะทิ 2 ชต.
3. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ.
4. แป้งมัน 3 ชต.
5. แป้งถั่วเขียว 2 ชต. (ถ้าไม่มีใช้แป้งข้าวเจ้าแทนค่ะ)
6. น้ำตาลทราย 1/3 ถ.
7. เกลือ 1/4 ชช.
8. มะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ สำหรับโรยหน้าขนม
9. ใบตอง พิมพ์ หรือถาดเล็กๆ


Preparation:
1. ฟักทองปอกเปลือก แบ่ง 1/4 ของฟักทองไปต้มหรือนึ่งให้สุกแล้วยีให้ละเอียด พักไว้ก่อนค่ะ ฟักทองส่วนที่เหลือขูดเป็นฝอยๆ เหมือนขูด มะละกอสำหรับตำส้มตำน่ะค่ะ

2. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกัน ใส่หัวกะทิลงนวดสักพัก ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ นวดจนน้ำตาลละลายค่ะ

3. ใส่ฟักทองสุกที่ยีไว้และฟักทองดิบขูดฝอยลงไปผสมให้เข้ากัน ตักใส่พิมพ์ หรือตักใส่ใบตองห่อเหมือนที่เค้าทำขาย หรือทำ
เป็นกระทงก็ได้ค่ะ แต่เราว่าห่อจะอร่อยและหอมกว่านะคะ เสร็จแล้วก็โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดนึ่งในน้ำเดือด 12-20 นาทีจนสุก รอให้เย็น

ทับทิมกรอบ



Ingredients:
1. แห้วปอกแล้วหั่นสี่เหลี่ยม
2. ลูกบาศก์เล็ก ๆ 2 ถ้วยตวง
3. สีแดง ผสมน้ำ 2 ถ้วยตวง
4. แป้งมัน 3/4 ถ้วยตวง
5. น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
6. น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วยตวง
7. หัวกะทิข้น ๆ 1 ถ้วยตวง
8. เกลือป่น 2 ช้อนชา
9. ใบเตย

Preparation:
1. น้ำแห้วที่หั่นแล้วแช่ในน้ำผสมสีแดงประมาณ 15 นาที หรือจนสี แดงติดแล้ว แล้วสงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
2. นำแห้วไปคลุกกับแป้งมันจนแป้งติดทั่วชิ้นแห้ว แบ่งใส่ กระชอนทีละ 1/4 ส่วน เขย่าแป้งส่วนเกินทิ้งไปในน้ำเดือด พอสุกแห้วจะลอยขึ้น ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น
3. เตรียมน้ำเชื่อมโดยผสมน้ำตาลทรายกับน้ำเปล่า ตั้งไฟให้ เดือดแล้วกรองพักไว้
4. เทขนมที่แช่น้ำใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ เมื่อเสิร์ฟตัก ทับทิมผสมกับน้ำเชื่อมแล้ว
5. ราดด้วยหัวกะทิที่ผสมเกลือ
6. ถ้าไม่มีแห้ว ใช้มันแกวแทนได้ แต่รสชาติจะต่างกัน เล็กน้อย ถ้าเปลี่ยนสีย้อมจากแดงเป็นสีเขียวที่คั้นจากใบ เตยหอม จะเปลี่ยนชื่อเป็นมรกตกรอบ

Trip:
- มะพร้าวขูดขาว ควรขูดเองจะได้หัวกะทิที่หอมกลิ่นมะพร้าว ถ้าใช้มะพร้าวซื้อจากตลาดจะมีกลิ่นบูดติดอยู่ด้วย ทำให้ความน่ากิน ลดลง

- น้ำที่ใช้ต้มตัวทับทิมควรใส่ใบเตยหอมลงในหม้อสัก 2-3 ใบ และควรเลือกใบแก่กลิ่นจะหอมดีกว่าใบอ่อน

- ต้มน้ำกับน้ำตาลให้เดือด ถ้าสกปรก (มีเศษผง) ให้กรองด้วย ผ้าขาวบางเสียก่อนแล้วเทกลับลงกระทะทอง หรือหม้อต้มให้เดือด อีกครั้ง ถ้าต้องเก็บไว้หลายชั่วโมงให้เทหัวกะทิและเกลือลงใน น้ำเชื่อมนั้น พอเดือดยกลง

- ทับทิมกรอบควรมีสีอ่อนแก่คละกันในเม็ดเดียว เพื่อให้คล้าย ของจริง แป้งมันที่หุ้มเม็ดทับทิมควรหนาบางพอควรและสม่ำเสมอ กันเมื่อเคี้ยวจะมีความกรอบจากแห้วและเหนียวหนึบ ๆ จากแป้ง หวานหอมจากน้ำเชื่อมผสมกะทิ
- ถ้ามีเนื้อขนุนฉีกใส่ด้วยก็เด็ดนะ

เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด


Ingredients:

- วุ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 1 ถ้วย
- นมข้นจืดระเหยหรือน้ำถั่วเหลือง 1/ 2 ถ้วย
- กลิ่นวานิลา หรือ กลิ่นอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมสำหรับทำฟรุตสลัด
- น้ำตาลทราย 2+ 1/ 2 ถ้วย
- น้ำสะอาด 2 + 1/ 2 ถ้วย
- น้ำมะนาว 1 - 2 ช้อนโต๊ะ
- สับปะรดหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 2 ถ้วย
- แตงโม (ใช้ที่ตักให้เป็นลูกกลม ๆ ) 1 ถ้วย
- องุ่นสีเขียวหรือแดงปอกเปลือกผ่าครึ่งแล้วแกะเม็ดออก 1 ถ้วย
- แอปเปิลปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแช่น้ำผสมน้ำมะนาว 1 ถ้วย
- มะละกอสุก (อย่าให้งอม) หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 1 ถ้วย หรือผลไม้อื่น ๆ ตามฤดูกาล


Preparation:
ผสมวุ้นผงกับน้ำ คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง จึงยกขึ้นตั้งไฟให้ข้น เติมน้ำตาลคนให้เข้ากัน พอน้ำตาลละลายจึงใส่นมข้นจืดระเหย พอเดือดอีกครั้ง(อย่าทิ้งให้เดือดนานนมจะแยกชั้น) ยกลงเติมกลิ่นวานิลาหรือกลิ่นอัลมอนด์ตามชอบ คนให้เข้ากัน เทใส่ถาด ทิ้งไว้ให้เย็น นำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือใช้พิมพ์กดให้สวยงาม

วิธีทำฟรุ๊ตสลัด
เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำให้เดือด จนน้ำตาลทรายละลายหมด ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำกลับไปตั้งไฟอีกครั้ง พอน้ำเชื่อมเดือดใส่สับปะรดลงไป พอเดือดอีกครั้งยกลง ใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากันทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นจดผลไม้ที่เตรียมไว้ใส่ลงในชามแก้วใบใหญ่ เทน้ำเชื่อมสับปะรดที่เตรียมไว้ลงไปจนทั่วผลไม้ นำ Plastic wrap ปิดหน้าชาม นำเข้าแช่ในตู้เย็น เวลาจะเสิร์ฟ ตักตัวเต้าฮวยใส่ถ้วย แล้วตักฟรุตสลัดที่เตรียมไว้ตามลงไป ใส่น้ำแข็งทุบละเอียด

Trip:ถ้าจะทำเป็นเต้าฮวยนมสดฟรุตสลัด ก็ปรับเปลี่ยนมาใช้ฟรุ๊ตสลัดกระป๋อง ใช้เพียงแต่ผลไม่เท่านั้น แล้วตักผลไม้วางบนตัวเต้าฮวย จากนั้นราดด้วยนมสดรสหวาน